บทที่ 7 คนที่เฝ้าประตู
“ชื่อในโทรศัพท์ใครก็ตั้งได้ครับ”
ภูเมืองพูดหลังจ่าเนศวางสาย ไม่แน่ใจว่ากำลังเตือนลูกน้องหรือตัวเอง
“ให้ตรวจหมายเลขจริง เทียบกับเบอร์ที่เจ้าของรถใช้ติดต่ออรพรรณด้วย”
จ่าเนศพยักหน้าแล้วเดินไปโทรประสาน นวลละออเก็บกระดาษกลับกระเป๋า
“ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“เรื่องเสียงเมื่อคืน ผมยังไม่ลืมครับ”
“อย่าเพิ่งเอาไปโยงกับคดีเลยค่ะ”
“ผมจะเริ่มจากถามคนที่อยู่แถวนั้นก่อน”
เธอมองเขาครู่หนึ่ง แล้วส่งชื่อธีรินกับพี่อิ่มให้
“สองคนนี้อยู่ตอนเปิดประตูค่ะ”
ภูเมืองจดเพิ่ม ก่อนเงยหน้าพบว่าเธอยังยืนอยู่
“ถ้าตรวจแล้วไม่มีอะไร บอกฉันด้วยนะคะ”
“ครับ”
คราวนี้เธอจึงเดินกลับ
วิเชียรให้ข้อมูลได้ช่วงหัวค่ำ หลังทีมรักษาอนุญาตให้คุยสั้น ๆ โดยมีพยาบาลอยู่ใกล้
พนักงานสอบสวนเลื่อนเก้าอี้เข้าข้างเตียง ภูเมืองยืนอยู่ปลายห้อง เขาไม่ได้เป็นคนถาม
วิเชียรอายุสี่สิบกว่า มีผ้าปิดแผลตรงขมับ มือสองข้างวางบนผ้าห่ม เขามองประตูทุกครั้งที่มีคนเดินผ่าน
“อยากให้ปิดม่านไหมครับ”
เขาพยักหน้า
พอม่านรูดปิด วิเชียรจึงยอมบอกที่อยู่และชื่อญาติ ไม่ใช่อรพรรณอย่างที่ทุกคนรอฟัง แต่เป็นพี่สาวซึ่งอยู่ต่างอำเภอ
“ช่วยบอกเขาว่าผมไม่เป็นไรมากนะ”
พยาบาลรับปากว่าจะช่วยติดต่อ
เจ้าหน้าที่เริ่มถามเรื่องเมื่อคืน วิเชียรจำเวลาไม่ได้ รู้เพียงว่ากินข้าวเสร็จแล้วมีคนโทรเรียกไปเปิดอาคาร
“ใครโทรครับ”
“อร”
“รู้จักกันอย่างไร”
เขาดึงขอบผ้าห่มขึ้นนิดหนึ่ง
“เคยทำงานที่เดียวกันครับ นานแล้ว”
“เขาบอกว่าจะไปทำอะไรในอาคาร”
“เอาของ”
เจ้าหน้าที่รอ วิเชียรเม้มปากก่อนพูดต่อ
“ผมไปถึง เขารออยู่กับผู้ชายอีกคน”
ภูเมืองเงยหน้าขึ้น
“จำผู้ชายได้ไหมครับ”
“มืดครับ เขายืนข้างรถ”
วิเชียรยกมือแตะขมับแล้วลดลง พยาบาลขยับเข้ามาดู เขาบอกว่ายังไหว
“ผมไขประตูให้อร ผู้ชายตามเข้ามาทีหลัง แล้วก็จำไม่ได้แล้ว”
“ก่อนจะหมดสติได้ยินอะไรไหมครับ”
เขานิ่งนานจนเจ้าหน้าที่เกือบเปลี่ยนคำถาม
“อรบอกว่าอย่าทำผม”
คนเจ็บเริ่มเหนื่อย พนักงานสอบสวนจึงหยุดถามเรื่องคืนนั้น และตรวจให้แน่ใจว่ามีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย
ก่อนออก เขาขอความชัดเจนเรื่องประโยคที่พยาบาลได้ยิน
“ที่บอกว่าโทรหาอรไปก็ไม่มีใครรับ หมายความว่าอย่างไรครับ”
วิเชียรมองโทรศัพท์ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง มันเป็นเครื่องของพยาบาล
“ในห้องนั้นมันดังตลอด ผมคิดว่าอรโทรมา”
“ได้เห็นหน้าจอหรือครับ”
“ไม่เห็น ผมเอื้อมไม่ถึง”
เขากลืนน้ำลาย พยาบาลช่วยยกแก้วให้ดื่ม
“เรียกเท่าไรก็ไม่มีคนมา ผมเลยคิดว่าเขาคงทิ้งโทรศัพท์ไว้เหมือนกัน”
พนักงานสอบสวนทวนความหมายให้ฟัง วิเชียรพยักหน้า ยอมรับว่าเขาไม่รู้ว่าใครโทร
ตอนทุกคนกำลังออก เขาเรียกภูเมืองไว้
“ตำรวจจะอยู่หน้าห้องใช่ไหมครับ”
“อยู่ครับ มีอะไรเรียกได้เลย”
“อย่าให้คนมาบอกว่าเป็นญาติแล้วเข้าได้เลยนะ”
ภูเมืองหันกลับมาหาเตียง
“มีใครที่คุณกลัวว่าจะมาไหม”
วิเชียรส่ายหน้าเร็วเกินไป ก่อนดึงผ้าห่มขึ้นถึงอก
นวลละออกลับบ้านตอนเกือบสามทุ่ม แม่เปิดประตูทั้งที่เธอมีกุญแจ
“ได้ยินรถ” แม่บอก
เธอถอดรองเท้า เห็นแกงจืดถูกอุ่นไว้บนเตา
“หนูบอกแล้วว่าไม่ต้องรอ”
“แม่ก็กำลังหิวพอดี”
เธอมองจานข้าวเปล่าสองใบแล้วไม่เถียง
ระหว่างกิน แม่เล่าว่าหลอดไฟหน้าบ้านกะพริบ ช่างนัดแล้วไม่มา เธอรับว่าจะโทรตามให้พรุ่งนี้ จากนั้นทั้งคู่คุยเรื่องราคาผักอยู่นานกว่าที่เคย
ซองรูปเก่าวางอยู่บนตู้ข้างโต๊ะ
นวลละออหยิบมันตอนแม่ลุกไปเก็บชาม รูปแรกเป็นพ่ออุ้มเธอ อีกใบเป็นนวลจันทร์นั่งผูกเชือกรองเท้าให้น้อง
“ตอนเด็กหนูไม่ยอมให้แม่ผูกให้เลย”
แม่ยืนเช็ดมืออยู่ข้างหลัง
“บอกพี่ผูกสวยกว่า ทั้งที่เหมือนกัน”
เธอยิ้มแล้วพลิกรูป
“แม่จำได้ไหมคะ คืนที่พี่…”
คำสุดท้ายค้างอยู่ในคอ แม่วางผ้าเช็ดมือลง
“จำได้ลูก”
นวลละออใช้เล็บเกลี่ยมุมรูปที่งอ
“ถ้าวันนั้นหนูรับโทรศัพท์…”
“นวล”
เธอหยุด
แม่ดึงเก้าอี้มานั่ง ไม่ได้บอกว่าไม่ใช่ความผิดของใครเหมือนทุกครั้ง
“หนูอยากเล่าอะไรให้แม่ฟังหรือเปล่า”
โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่น เธอสะดุ้งแล้วรีบหยิบขึ้นมา
ข้อความจากภูเมือง
สอบถามธีรินแล้วครับ ยังไม่มีใครยืนยันเรื่องเสียงได้ ผมจะขอตรวจข้อมูลเพิ่ม
เธออ่านข้อความเดิมสองรอบ ก่อนวางโทรศัพท์คว่ำลง
“หนูขอคิดก่อนนะคะ”
แม่พยักหน้า แล้วเลื่อนซองรูปมาใกล้เธอ
“เอาไปทั้งซองเลย แม่เก็บไว้หลายชุดแล้ว”
ที่สถานีตำรวจ จ่าเนศนำผลตรวจเบื้องต้นมาวางบนโต๊ะ
หมายเลขที่โทรเข้าเครื่องในอาคารตรงกับเบอร์ซึ่งเจ้าของรถใช้ติดต่ออรพรรณ แต่ยังต้องตรวจว่าใครครอบครองเครื่องและซิมในช่วงนั้น
ภูเมืองวงเวลาเรียกเข้าไว้ ไม่เขียนชื่อคนโทร
ดาบชัชเข้ามาทีหลังพร้อมภาพกล้องหน้าร้านวัสดุก่อสร้าง
“ภรรยาเจ้าของร้านยืนยันว่าคนนี้ครับ ที่เห็นมาส่งอรพรรณ”
ในภาพ ผู้หญิงลงจากรถฝั่งผู้โดยสาร ใบหน้าด้านข้างคล้ายภาพที่พวกเขามี คนขับลดกระจกคุยกับเจ้าของร้าน
ภูเมืองขยับเก้าอี้ให้จ่าเนศดูด้วย
ดาบชัชวางภาพอีกใบข้างกัน
เป็นวิเชียรบนเตียงโรงพยาบาล
จ่าเนศถอนหายใจเบา ๆ
“บอกว่าเห็นผู้ชายยืนข้างรถ แต่ไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นคนพาอรไปเอารถ”
ภูเมืองมองใบหน้าคนขับในภาพ แล้วนึกถึงคำขอหน้าห้องผู้ป่วย
เขายังไม่รู้ว่าวิเชียรกลัวใคร
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ต้องกลับไปถาม
ก่อนถูกขังอยู่หลังประตู วิเชียรช่วยพาใครมาถึงที่นั่นบ้าง
